เกี่ยวกับเรา
เราเริ่มจากคำถามเดียว เงินโฆษณาที่จ่ายไป มันทำงานจริงไหม
คำถามนี้ฟังดูพื้นฐานมาก แต่เอาเข้าจริงธุรกิจจำนวนไม่น้อยตอบไม่ได้ รู้แค่ว่าเดือนนี้จ่ายไปเท่าไหร่ ยอดขายเท่าไหร่ แต่ระหว่างสองตัวเลขนั้นเกิดอะไรขึ้นบ้าง แคมเปญไหนทำเงิน แคมเปญไหนเผาเงิน มักเป็นพื้นที่มืดที่ไม่มีใครส่องไฟเข้าไป
Sumtimes Marketing เกิดขึ้นเพื่อทำให้พื้นที่ตรงนั้นสว่างขึ้น เราทำงานกับ SME ที่ผ่านช่วง “ลองยิงแอดดูก่อน” มาแล้ว และมาถึงจุดที่อยากรู้ว่าจะขยายต่อยังไงให้ยังมีกำไรเหลือ
เพราะเราเห็นธุรกิจตกหลุมสองแบบนี้ซ้ำๆ
ไม่ว่าจะเป็นโรงงาน B2B หรือแบรนด์ที่ขายตรงถึงผู้บริโภค ปัญหามักลงเอยที่สองรูปแบบนี้เสมอ
ยิงแอดอย่างเดียวโดยไม่มี Strategy
= งบโฆษณารั่วไหล ยอดขายไม่ยั่งยืน
มี Strategy แต่ไม่มี Data & Performance
= แผนสวยงาม แต่วัดผลไม่ได้จริง
อาการที่ได้ยินบ่อยที่สุดเวลาคุยกับเจ้าของธุรกิจครั้งแรก
- ยิงแอดแล้วไม่ได้กำไรได้แต่ยอดไลก์ ยอดรีช แต่เปลี่ยนเป็นยอดขายและลูกค้าจริงไม่ได้
- เอเจนซีทำงานแบบกดปุ่มตามบรีฟรับบรีฟไปกดเปิดแอด แต่ไม่เคยช่วยวางกลยุทธ์ภาพรวมของธุรกิจ
- แอดตัน ค่าแอดแพงขาดการวิเคราะห์คู่แข่ง ไม่รู้ว่าตลาดเล่นมุมไหน คอนเทนต์เลยออกมาซ้ำเดิม
- มองไม่เห็นตัวเลขหลังบ้านข้อมูลกระจัดกระจาย ไม่รู้ว่าเงินโฆษณาทำงานคุ้มค่าแค่ไหน
Sumtimes Approach
วางกลยุทธ์การตลาดเชิงลึก (Consulting) + บริหารสื่อโฆษณาให้เกิด Conversion จริง (Performance Execution)
พูดง่ายๆ คือเราไม่รับงานแบบ “ขอแค่ช่วยกดเปิดแอดให้หน่อย” เพราะถ้าโครงสร้างข้างหลังยังไม่ถูก การกดเปิดแอดก็แค่ทำให้เงินไหลออกเร็วขึ้นเท่านั้น
ดูบริการทั้งหมดที่เราดูแลคุณค่าที่เรายึด
4 ข้อนี้ไม่ใช่คำสวยๆ แต่คือสิ่งที่เช็คได้จากงานจริง
ทุกข้อด้านล่างมีหลักฐานให้กดดูต่อได้ว่าเราทำจริงยังไง ไม่ใช่แค่เขียนไว้ให้ดูดี
Data-Driven Insight
ตัดสินใจจากข้อมูล ไม่ใช่ความรู้สึก
เวลาคนบอกว่า “ลองเปลี่ยนคอนเทนต์ดูไหม” เรามักถามกลับว่าเปลี่ยนไปทางไหนและรู้ได้ยังไง ก่อนเสนอมุมโฆษณา เราจะไปดูก่อนว่าคนในกลุ่มเป้าหมายคุยกันเรื่องอะไร ใช้คำแบบไหน บ่นเรื่องอะไรซ้ำๆ และคู่แข่งกำลังยิงมุมไหนอยู่ในตลาด แล้วค่อยเอาสิ่งที่เจอมาตั้งเป็นสมมติฐาน
เครื่องมือที่ใช้: AI Social Listening จาก Facebook Group และการสแกนโฆษณาคู่แข่ง
ดูเครื่องมือที่เราใช้ดึง InsightTransparency
เห็นตัวเลขชุดเดียวกับที่เราเห็น
ปัญหาที่เจอบ่อยคือเจ้าของธุรกิจต้องรอสิ้นเดือนถึงจะได้รายงาน แล้วก็ยังไม่แน่ใจอยู่ดีว่าตัวเลขมาจากไหน เราเลยติดตั้ง Dashboard ให้ตั้งแต่วันแรก คุณเปิดดูเองได้ทุกวันโดยไม่ต้องถาม และถ้าเดือนไหนผลไม่ดี เราจะเป็นคนบอกก่อนที่คุณจะต้องถาม
ได้ทุกแพ็ก: Looker Studio Dashboard เชื่อมกับ GA4 และ Pixel โดยตรง
ดูว่าแต่ละแพ็กได้ Dashboard แบบไหนSustainable Growth
โตแบบมีกำไรจริง ไม่ใช่แค่ยอดสวย
ROAS 5 เท่าฟังดูดี แต่ถ้าหักต้นทุนสินค้า ค่าส่ง ค่าธรรมเนียม และของที่ตีกลับจาก COD แล้ว บางตัวติดลบตั้งแต่ออเดอร์แรก เราจึงคุยเรื่องกำไรต่อชิ้นกับคุณก่อนจะเร่งงบ เพราะการเพิ่มงบให้สินค้าที่ขาดทุนอยู่ แปลว่ายิ่งขายยิ่งเจ็บ
เราเขียนเรื่องนี้ไว้ละเอียดแล้วในบทความแรกของเว็บ
อ่านเรื่อง ROAS 5 เท่าที่ยังขาดทุนPartner Mentality
คิดแทนเจ้าของ ไม่ใช่รอรับบรีฟ
เอเจนซีจำนวนมากทำงานแบบรอบรีฟแล้วกดทำตาม ซึ่งไม่ผิด แต่แปลว่าเจ้าของต้องเป็นคนคิดกลยุทธ์เองทั้งหมด เราทำกลับด้าน คือเอาตัวเลขเดือนที่ผ่านมาขึ้นมาดูด้วยกัน แล้วเสนอว่าเดือนหน้าควรเล่นเกมไหน ทดสอบอะไร และควรหยุดทำอะไร
ทุกแพ็กมีประชุมสรุปผลและวางแผนร่วมกัน 1 ครั้งต่อเดือน
ดูขั้นตอนการทำงาน 4 ขั้น
คนที่คุณจะได้ทำงานด้วย
คนที่คุยกลยุทธ์กับคุณ คือคนเดียวกับที่ลงมือดูแลแคมเปญ
อิษฎา สอนเกตุ (บอส)
Founder & Lead Marketing Strategist
ประสบการณ์ 5 ปีในวงการการตลาด โดยเฉพาะกับธุรกิจ B2B, Packaging และ Plastics ดูแลตั้งแต่วางกลยุทธ์ ยิงแอด ไปจนถึงวางระบบ Tracking และ Dashboard ด้วยตัวเอง
การทำงานคนเดียวมีข้อจำกัดเรื่องจำนวนลูกค้าที่รับได้ แต่ก็แลกมาด้วยข้อดีที่ชัดเจน คือไม่มีการส่งต่องานให้ทีมจูเนียร์หลังเซ็นสัญญา และไม่มีใครมาสรุปผลให้คุณฟังโดยที่ไม่ได้ลงมือทำเอง คนที่นั่งอยู่ในห้องประชุมกับคุณ คือคนเดียวกับที่เข้าไปปรับ Ad Set ให้จริง
ความถนัดที่ชัดที่สุดคือกลุ่ม B2B โรงงาน บรรจุภัณฑ์ และพลาสติก ซึ่งเป็นกลุ่มที่วงจรการตัดสินใจยาว ลูกค้าไม่ได้กดซื้อทันทีที่เห็นโฆษณา ทำให้ต้องวัดผลกันที่คุณภาพของ Lead มากกว่าจำนวนคลิก
Ad Tools
Marketing Tools
AI
ประสบการณ์
เคยดูแลมาแล้วหลายอุตสาหกรรม ทั้ง B2B และ B2C
B2B ต้องวัดกันที่คุณภาพของ Lead และความเร็วในการตอบกลับ ส่วน B2C วัดกันที่ต้นทุนต่อออเดอร์และของที่ตีกลับ คนละเกมกันเกือบทั้งหมด การเคยผ่านทั้งสองแบบทำให้เราเทียบได้เร็วขึ้นว่าอะไรน่าจะใช้ได้กับธุรกิจแบบคุณ
การทำงานร่วมกัน
ตกลงกันให้ชัดตั้งแต่วันแรก จะได้ไม่ต้องเดาใจกันทีหลัง
กติกาพวกนี้ไม่ได้มีไว้สร้างระยะห่าง แต่มีไว้เพื่อให้งานออกมาดี เพราะแคมเปญที่ถูกเร่งให้ขึ้นภายในวันเดียวมักจบด้วยการเสียเงินฟรีมากกว่าได้ลูกค้า
ช่องทางสื่อสาร
สื่อสารผ่าน LINE Official Account / Email เพื่อความถูกต้องของข้อมูลและจัดลำดับความสำคัญของงาน
ตอบกลับภายใน 24 ชั่วโมงทำการ
จันทร์ – ศุกร์ 09:00 – 18:00 น.
บรีฟงานล่วงหน้า 3–5 วันทำการ
สำหรับแคมเปญใหม่ เพื่อให้มีเวลาวางกลยุทธ์และตรวจสอบความถูกต้อง
Monthly Strategic Review
ประชุมออนไลน์สรุปผลงานและวางทิศทางกลยุทธ์ร่วมกัน 1 ครั้ง/เดือน
ถ้าอ่านมาถึงตรงนี้แล้วรู้สึกว่าวิธีคิดตรงกัน
ลองกรอกข้อมูลธุรกิจสั้นๆ แล้วให้เราช่วยดูว่าแพ็กไหนเหมาะ หรือจะทักมาคุยกันก่อนก็ได้ ไม่มีค่าใช้จ่าย และถ้ายังไม่พร้อมคุย อ่านบทความของเราไปก่อนก็ยินดีครับ
หรืออ่านบทความของเราเพื่อดูวิธีคิดของเราก่อนตัดสินใจ
