Sumtimes Marketing
กลับไปหน้าบทความ

The Forensic Teardown

ทำไมค่าแอดถึงแพงขึ้นเรื่อยๆ ทั้งที่ไม่ได้เปลี่ยนอะไรเลย

"ผมไม่ได้แก้อะไรเลยนะครับ แคมเปญเดิมทุกอย่าง ทำไมต้นทุนต่อแชทถึงขยับขึ้น"

คำถามนี้เจอบ่อยมาก และคำตอบตรงๆ คือ "ไม่ได้แก้อะไร" นั่นแหละคือปัญหา เพราะสนามที่คุณแข่งอยู่มันไม่เคยหยุดนิ่ง ต่อให้คุณนิ่ง

โฆษณาออนไลน์คือการประมูล ไม่ใช่ราคาป้าย

หลายคนเข้าใจว่าค่าแอดเป็นราคาคงที่ เหมือนค่าเช่าป้ายบิลบอร์ดที่จ่ายเท่าเดิมทุกเดือน แต่จริงๆ แล้ว Facebook, Google หรือ TikTok ใช้ระบบประมูล (Auction) ทุกครั้งที่มีคนเปิดฟีดขึ้นมา

คุณไม่ได้แข่งกับตัวเองในอดีต แต่แข่งกับผู้ลงโฆษณาคนอื่นทุกคนที่กำลังเล็งกลุ่มเป้าหมายเดียวกันกับคุณ ณ วินาทีนั้น

ถ้าช่วงนี้มีคู่แข่งในตลาดเดียวกับคุณเพิ่มงบขึ้น หรือมีธุรกิจใหม่เข้ามาเล็งกลุ่มเป้าหมายเดียวกัน ต้นทุนของคุณจะขยับขึ้นได้เลย ทั้งที่คุณไม่ได้ทำอะไรผิดสักอย่าง

ทำไมเดือนที่ 4 ถึงแพงขึ้นทั้งที่เดือน 2-3 กำลังดี

เอาเคสจริงมาแกะให้ดูครับ

ลูกค้ารายหนึ่งของเรา ต้นทุนต่อแชทรายเดือนเป็นแบบนี้ เดือนแรก ฿36.45 เดือนสอง ฿25.99 เดือนสาม ฿24.88 แล้วเดือนสี่ขยับขึ้นเป็น ฿33.67

ถ้าดูแค่ตัวเลขเดือนสี่เดี่ยวๆ อาจตกใจว่าทำไมแย่ลง แต่พอมองทั้งเส้น จะเห็นแพทเทิร์นที่ชัดเจนกว่า

เดือนแรกแพงเพราะระบบยังไม่มีข้อมูลพอจะหากลุ่มเป้าหมายที่แม่นที่สุด เดือนสองสามถูกลงเพราะระบบเรียนรู้แล้วว่าใครคือคนที่มีแนวโน้มทักจริง เดือนสี่ขยับขึ้นอีกครั้ง สาเหตุมักมาจากกลุ่มเป้าหมายที่ "ง่ายที่สุด" เริ่มถูกเก็บเกี่ยวไปเกือบหมดแล้ว ที่เหลือคือกลุ่มที่ต้องใช้ความพยายามมากขึ้นกว่าจะทัก

นี่ไม่ใช่สัญญาณว่าแคมเปญพัง แต่เป็นเหตุผลว่าทำไมเราถึงต้องดูตัวเลขทุกสัปดาห์แทนที่จะรอดูทีเดียวตอนสิ้นเดือน เพราะถ้ารู้เร็ว ปรับกลุ่มเป้าหมายหรือมุมโฆษณาได้เร็ว ต้นทุนจะไม่ไหลขึ้นต่อเนื่อง

3 อาการที่มักถูกเข้าใจผิดว่า "แอดพัง" ทั้งที่ยังไม่ใช่

ต้นทุนขยับขึ้นทีละนิดต่อเนื่องหลายสัปดาห์ — มักเป็นสัญญาณของ Ad Fatigue คือกลุ่มเป้าหมายเดิมเห็นโฆษณาเดิมซ้ำจนเริ่มเมิน วิธีแก้ไม่ใช่เพิ่มงบ แต่คือเปลี่ยนมุมโฆษณาหรือขยายกลุ่มเป้าหมาย

ต้นทุนพุ่งขึ้นเฉพาะบางช่วง แล้วกลับมาปกติ — มักเกี่ยวกับฤดูกาล เช่นช่วงเทศกาลลดราคาใหญ่ที่ธุรกิจจำนวนมากแย่งกันลงโฆษณาพร้อมกัน ราคาประมูลเลยพุ่งเป็นพักๆ ไม่ใช่ปัญหาที่ตัวแคมเปญ

ผลลัพธ์แกว่งขึ้นลงแรงในแคมเปญที่เพิ่งเปิดใหม่ — เป็นเรื่องปกติของช่วง Learning Phase ที่ระบบยังเก็บข้อมูลไม่พอ ต้องให้เวลาและงบเพียงพอต่อแคมเปญ ไม่ใช่ปิดเปิดแคมเปญบ่อยจนระบบต้องเริ่มเรียนรู้ใหม่ทุกครั้ง

สิ่งที่ควรทำเมื่อเห็นต้นทุนขยับขึ้น

ก่อนจะสรุปว่า "แอดพัง" ลองแยกก่อนว่าขึ้นแบบไหนใน 3 แบบด้านบน เพราะแต่ละแบบต้องแก้คนละวิธี

ถ้าเป็น Ad Fatigue ให้แก้ที่ครีเอทีฟหรือกลุ่มเป้าหมาย ถ้าเป็นฤดูกาลให้ยอมรับว่าช่วงนี้ต้นทุนจะสูงเป็นธรรมชาติ ถ้าเป็น Learning Phase ให้ใจเย็นรอข้อมูลสะสม

สิ่งที่ไม่ควรทำเลยคือเห็นต้นทุนขึ้นแล้วรีบเพิ่มงบทันทีโดยไม่รู้สาเหตุ เพราะถ้าสาเหตุคือ Ad Fatigue การเพิ่มงบจะยิ่งเร่งให้กลุ่มเป้าหมายเดิมเห็นซ้ำเร็วขึ้น และเปลืองเงินเร็วขึ้นเท่านั้น

อยากเห็นว่าเราแยกวิเคราะห์และปรับแคมเปญต่อเนื่องแบบนี้ยังไงในทางปฏิบัติ อ่านเพิ่มได้ที่ ขั้นตอน Execution & Optimization ในกระบวนการทำงานของเรา หรือถ้าอยากให้เราช่วยดูบัญชีจริงของคุณ เริ่มจากแบบประเมินได้ครับ

อยากรู้ว่าแพ็กไหนเหมาะกับธุรกิจคุณ?

กรอกข้อมูลธุรกิจไม่กี่นาที เราช่วยดูให้ฟรี