Sumtimes Marketing

กระบวนการทำงาน

จาก 0 ถึงแคมเปญที่วัดผลได้ เราทำอะไรบ้างในแต่ละขั้น

เอเจนซีส่วนใหญ่บอกแค่ว่า “เดี๋ยวจัดการให้” แต่เจ้าของธุรกิจที่จ่ายเงินควรรู้ว่า เงินก้อนนั้นถูกใช้ทำอะไร เรียงลำดับยังไง และจะได้อะไรกลับมาเมื่อไหร่ หน้านี้เปิดกระบวนการทั้งหมดให้ดู กดเลือกดูเฉพาะขั้นที่คุณสนใจได้เลย

ทีละขั้น

กดที่ขั้นตอน เพื่อดูรายละเอียดของขั้นนั้น

แต่ละขั้นบอกครบสามอย่าง — เราลงมือทำอะไร คุณจะได้อะไรกลับไป และเราขออะไรจากคุณ

STEP 01สัปดาห์ที่ 1

Strategic Discovery

รู้ให้ได้ก่อนว่าเงินที่เคยใช้ไป สร้างอะไรไว้บ้าง และอะไรกำลังรั่ว

สิ่งที่เราลงมือทำ

  1. 1คุยกับเจ้าของหรือคนตัดสินใจโดยตรง ว่าเป้าหมายรอบนี้คือยอดขาย ลูกค้าใหม่ หรือลูกค้าซื้อซ้ำ
  2. 2แยกสินค้าที่ทำกำไรจริง ออกจากสินค้าที่ขายดีแต่กำไรบาง เพื่อรู้ว่าควรผลักตัวไหนก่อน
  3. 3เปิดบัญชีโฆษณาเดิมดูย้อนหลัง ว่างบไหลไปทางไหน แคมเปญไหนเคยทำงาน แคมเปญไหนกินงบเปล่า
  4. 4ตรวจระบบวัดผลที่มีอยู่ ว่า GA4 / GTM / Pixel ติดครบไหม และ Event ยิงถูกตัวหรือเปล่า
  5. 5ดึงบทสนทนาจากกลุ่ม Facebook สาธารณะ ดูว่ากลุ่มเป้าหมายบ่นเรื่องอะไรซ้ำๆ และใช้คำแบบไหน (เฉพาะแพ็กที่มี Group Audience Intelligence)

สิ่งที่คุณจะได้รับ

  • สรุปสถานะปัจจุบัน: อะไรใช้ได้ อะไรรั่ว
  • รายการสิ่งที่ต้องแก้ก่อนลงมือขั้นต่อไป
  • ตัวเลขเป้าหมายที่ตกลงร่วมกัน

สิ่งที่เราขอจากคุณ

  • สิทธิ์เข้าถึงบัญชีโฆษณาและเพจ (แบบ Partner ไม่ต้องให้รหัสผ่าน)
  • กำไรต่อชิ้นแบบคร่าวๆ ของสินค้าหลัก
  • ลักษณะลูกค้าที่ดีที่สุดของคุณ 2–3 ราย

ขั้นที่ 1 จาก 4

จุดยืนของเรา

บางครั้งสิ่งที่เราเสนอ คือ “ยังไม่ต้องเพิ่มงบโฆษณา”

ถ้าคนทักเข้ามาเยอะแล้วแต่ปิดการขายไม่ได้ การเพิ่มงบมีแต่จะทำให้เสียเงินเร็วขึ้น เคสแบบนี้เราจะเสนอให้แก้คอนเทนต์ ปรับวิธีตอบแชท หรือรื้อเส้นทางลูกค้าก่อน แล้วค่อยกลับมาเร่งงบตอนที่ระบบพร้อมรับ ค่าบริการของเราเป็นรายเดือนแบบคงที่ ไม่ได้คิดเป็นเปอร์เซ็นต์จากงบโฆษณา การเชียร์ให้คุณใช้งบเพิ่มทั้งที่ยังไม่ควรเพิ่ม จึงไม่มีประโยชน์อะไรกับเรา

ขอบเขตของเราคือการวิเคราะห์และวางแผนให้ว่าควรแก้อะไรก่อน ส่วนการผลิตสื่อและการแก้โค้ดเว็บไซต์เป็นบริการแยก

ภาพรวมเวลา

สามเดือนแรกหน้าตาเป็นแบบไหน

นี่คือเหตุผลที่เราทำสัญญาขั้นต่ำ 3 เดือน ไม่ใช่เพื่อผูกมัด แต่เพราะการตัดสินใจจากข้อมูลเดือนเดียวมักจะผิด

  1. เดือนที่ 1

    ติดตั้งและเริ่มเก็บข้อมูล

    Discovery, วางกลยุทธ์, ติด Tracking และส่ง Dashboard ให้คุณ ถ้าหน้าบ้านพร้อมก็เปิดแคมเปญได้ในเดือนนี้เลย เดือนนี้คือการวางฐาน ตัวเลขยังไม่นิ่ง

  2. เดือนที่ 2

    ปรับจากข้อมูลจริง

    ข้อมูลเริ่มพอให้ตัดสินใจ เราปรับกลุ่มเป้าหมายและมุมโฆษณา ตัดตัวที่ต้นทุนเกินเพดาน และเริ่มเห็นต้นทุนต่อผลลัพธ์ที่แท้จริง

  3. เดือนที่ 3

    ขยายสิ่งที่ทำงาน

    เพิ่มงบให้ตัวที่พิสูจน์แล้วว่าคุ้ม สรุปว่าจะขยายไปทางไหนต่อ และวางแผนรอบถัดไปจากข้อมูลสามเดือนเต็ม

ระยะเวลาเป็นกรอบโดยประมาณ ปรับตามความพร้อมของข้อมูลและสื่อโฆษณาที่มีอยู่

ตัวอย่างจริง

โครงสร้างนี้หน้าตาเป็นยังไงในบัญชีจริง

เราหยิบมาหนึ่งบัญชีที่มีข้อมูลครบทั้ง 4 เดือน ให้เห็นภาพว่ากระบวนการข้างบนทำงานจริงยังไง ตัวเลขดึงจาก Meta Ads Manager ไม่ระบุชื่อลูกค้า

บัญชีตัวอย่าง 1 ราย

ธุรกิจจำหน่ายอุปกรณ์ก่อสร้าง (B2B)

ต.ค. 2568 – ม.ค. 2569 (4 เดือน)

แชทที่ได้ตลอด 4 เดือน
1,345
งบรวมที่ใช้
฿39,295
ต้นทุนต่อแชทเฉลี่ย
฿29.22

ต้นทุนต่อแชทรายเดือน

฿36.45

เดือน 1

฿25.99

เดือน 2

฿24.88

เดือน 3

฿33.67

เดือน 4

ลูกศรลง = ต้นทุนต่อแชทถูกลงจากเดือนก่อน ซึ่งเป็นทิศทางที่เราต้องการ

ต้นทุนต่อแชทรายเดือน ไม่ได้ดีขึ้นเป็นเส้นตรง เดือนที่ 4 ขยับขึ้น เราแสดงตามจริงเพราะนี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นในบัญชีจริง และเป็นเหตุผลว่าทำไมเราถึงดูตัวเลขทุกสัปดาห์ ไม่ใช่รอสิ้นเดือน

Funnel 4 ชั้นที่ใช้จริงในบัญชีนี้

ทุกแคมเปญถูกตั้งชื่อตามชั้นของ Funnel ตั้งแต่วันแรก เพราะถ้าไม่แยกชั้น เวลาผลออกมาไม่ดีจะบอกไม่ได้เลยว่าปัญหาอยู่ตรงไหนของเส้นทาง

  1. 1AWNAwarenessทำให้คนที่ยังไม่รู้จักเห็นสินค้าก่อน เป็นชั้นที่เติมคนใหม่เข้า Funnel
  2. 2CONSConsiderationดันคนที่เริ่มสนใจให้ทักเข้ามา — ชั้นนี้ทำได้ดีที่สุด 488 แชท ที่ ฿14.57 ต่อแชท
  3. 3CONVConversionเร่งกลุ่มที่พร้อมซื้อให้ตัดสินใจ 461 แชท ที่ ฿17.59 ต่อแชท
  4. 4RTTRetargetingตามกลับคนที่เคยดูแล้วยังไม่ทัก ไม่ปล่อยให้งบที่ใช้ไปในชั้นบนหายเปล่า

ตัวเลขที่ระบุคือสองแคมเปญที่สร้างแชทได้มากที่สุด ส่วนชั้น Awareness และ Retargeting วัดคนละตัวเลข (คนเห็น คนดูวิดีโอจบ คนที่กลับมา) จึงไม่ได้นับเป็นแชทโดยตรง รวมทุกแคมเปญทั้งบัญชีตลอด 4 เดือนได้ 1,345 แชท

* ตัวเลขเป็นผลลัพธ์ของแคมเปญเฉพาะในอดีต ไม่ใช่การรับประกันผล ผลลัพธ์ของแต่ละธุรกิจแตกต่างกันตามสินค้า งบ และตลาด

โครงสร้างเดียวกันนี้ ไม่ได้ใช้ได้แค่กับธุรกิจก่อสร้าง

เราหยิบบัญชีนี้มาเพราะเป็นบัญชีที่มีข้อมูลครบทั้ง 4 เดือนให้เปิดดูได้ละเอียดที่สุด แต่ลำดับการทำงานและการแยกชั้น Funnel เป็นชุดเดียวกันทุกธุรกิจที่เราดูแล สิ่งที่ต่างกันคือตัวเลข ช่องทาง และมุมโฆษณาที่เหมาะกับแต่ละตลาด

ราชการ & B2B Enterpriseการศึกษา & Corporate Consultอาหารและไลฟ์สไตล์ (F&B / FMCG)Wellness & Services
ดูผลงานตามประเภทธุรกิจ

สิ่งที่คุณได้รับ

สรุปของที่ส่งมอบ ไม่ว่าคุณเลือกแพ็กไหน

รายละเอียดต่างกันตามแพ็ก แต่สี่อย่างนี้อยู่ในทุกแพ็กเสมอ

1

วิเคราะห์แคมเปญ ติดตามผลลัพธ์ และปรับปรุงผลลัพธ์โฆษณา

2

รายงานผลลัพธ์ทุกรอบเมื่อครบ cycle ด้วย Looker Studio

3

เสนอแนะการปรับปรุงแคมเปญ/การตลาด เพื่อปรับปรุงผลลัพธ์

4

ให้คำแนะนำด้าน Marketing Strategy นอกเหนือจากเรื่อง Ad Optimize

Website Tracking Setup

ติดตั้ง Google Analytics 4 และ Google Tag Manager แบบครั้งเดียว (One-time setup)

ส่วนงานผลิตสื่อโฆษณา (ภาพ กราฟิก วิดีโอ Copywriting) และการเขียนโค้ดปรับแต่งเว็บไซต์ ไม่รวมอยู่ในค่าบริการ — ดูขอบเขตของแต่ละแพ็ก

ข้อตกลงการทำงาน

ระหว่างทาง เราทำงานกันแบบนี้

กติกาที่ตกลงกันตั้งแต่วันแรก เพื่อไม่ให้ใครต้องเดาว่าอีกฝ่ายกำลังทำอะไรอยู่

ช่องทางสื่อสาร
สื่อสารผ่าน LINE Official Account / Email เพื่อความถูกต้องของข้อมูลและจัดลำดับความสำคัญของงาน
ตอบกลับภายใน 24 ชั่วโมงทำการ
จันทร์ – ศุกร์ 09:00 – 18:00 น.
บรีฟงานล่วงหน้า 3–5 วันทำการ
สำหรับแคมเปญใหม่ เพื่อให้มีเวลาวางกลยุทธ์และตรวจสอบความถูกต้อง
Monthly Strategic Review
ประชุมออนไลน์สรุปผลงานและวางทิศทางกลยุทธ์ร่วมกัน 1 ครั้ง/เดือน

Where Strategy Meets Data Growth

อยากเริ่มจากขั้นที่ 1 กับธุรกิจคุณเลยไหม

กรอกข้อมูลธุรกิจไม่กี่นาที เราจะช่วยสรุปสถานการณ์เบื้องต้นให้ก่อน แล้วค่อยคุยกันว่ากระบวนการนี้ควรเริ่มตรงไหนกับคุณ

อยากรู้จักคนที่จะดูแลแคมเปญคุณก่อน? อ่านเรื่องของเรา