Data Translated
คู่มือใช้ SumROI ฉบับเข้าใจง่าย: กรอกอะไร ดูตรงไหน ตัดสินใจยังไง
มีคนทักมาถามหลังลองเล่น SumROI ว่า "พี่ครับ ตัวเลขที่ได้มันบอกอะไรผม ต้องกรอกช่องไหนก่อน"
ผมเลยคิดว่าน่าจะมีคนสงสัยแบบนี้อีกเยอะ เพราะเครื่องมือมันเปิดให้แก้ได้ทุกบรรทัด ซึ่งดีตรงที่ตรงกับร้านคุณจริงๆ แต่ก็อาจทำให้งงว่าจะเริ่มตรงไหนดี
บทความนี้ไม่พูดเรื่องสูตรคำนวณเลยครับ เอาแค่ว่า เปิดมาแล้วต้องทำอะไรก่อน-หลัง และตัวเลขที่ได้แปลว่าอะไรสำหรับร้านคุณ
SumROI คืออะไร (แบบสั้นที่สุด)
เครื่องมือฟรีที่บอกว่า สินค้าของคุณจ่ายค่าโฆษณาได้สูงสุดกี่บาทต่อออเดอร์ ก่อนที่จะเริ่มขาดทุน แค่นั้นเอง ไม่ต้องสมัคร ไม่ต้องฝากอีเมล เข้าไปกรอกได้เลยที่ sumtimesmarketing.com/sumroi
เหมาะกับคนที่กำลังจะเริ่มยิงแอดสินค้าตัวใหม่ หรือยิงอยู่แล้วแต่ไม่แน่ใจว่าตัวเลขที่ทำอยู่มันโอเคจริงไหม
ขั้นที่ 1: ใส่ตัวเลขสินค้าคุณ (ใส่ครั้งเดียวพอ)
ช่องแรกที่เจอมี 5 อย่าง: ราคาขาย, ต้นทุนสินค้า, กำไรที่ต้องการ (% ของราคาขาย), ค่านายหน้า/Affiliate ถ้ามี, และเป้าออเดอร์ต่อวัน
ตรงนี้ใส่ให้ตรงกับสินค้าตัวที่คุณกำลังจะยิงแอดจริงๆ ไม่ใช่ตัวเลขเฉลี่ยของทั้งร้าน เพราะสินค้าแต่ละตัวต้นทุนไม่เท่ากัน เพดานค่าแอดก็จะไม่เท่ากันด้วย
กำไรที่ต้องการ คือช่องที่คนมักมองข้าม อย่าใส่ 0% เด็ดขาด ต่อให้แค่ 10% ก็ยังดีกว่าไม่ใส่เลย เพราะถ้าใส่ 0 เครื่องมือจะคิดว่าคุณโอเคที่จะขายเท่าทุน ซึ่งไม่มีใครอยากทำแบบนั้นจริงๆ
ขั้นที่ 2: เลือกช่องทางที่คุณขายจริง
กดเลือกแพลตฟอร์มที่คุณขาย (TikTok Shop, Shopee, Lazada, Thaimart, ขายผ่านแชท, เว็บไซต์ตัวเอง หรือหน้าร้าน) แต่ละอันจะมีค่าธรรมเนียมตั้งต้นให้ดูก่อน
สำคัญ: ค่าเริ่มต้นที่ขึ้นมาเป็นแค่ตัวอย่างของหมวดสินค้าทั่วไป ไม่ใช่อัตราจริงของร้านคุณ แต่ละบรรทัดแก้ได้หมด ให้เปิดหน้าผู้ขายของแพลตฟอร์มที่คุณใช้อยู่ แล้วเอาตัวเลขจริงมาใส่แทน เพราะค่าคอมมิชชั่นต่างกันตามหมวดสินค้า และแต่ละแพลตฟอร์มก็ปรับอัตราเป็นระยะ ถ้าใช้ค่าเริ่มต้นเฉยๆ ตัวเลขที่ได้อาจคลาดเคลื่อนจากของจริง
ถ้าขายหน้าร้านด้วย ให้ลองใส่ค่าเช่า ค่าแรง ค่าน้ำค่าไฟจริงของร้านดู จะเห็นเลยว่ายิ่งขายได้น้อยออเดอร์ต่อวัน ต้นทุนต่อออเดอร์จะยิ่งสูงขึ้น
ขั้นที่ 3: ดูตัวเลขที่ได้ ต้องโฟกัสอะไรก่อน
พอกรอกเสร็จจะเห็นตัวเลข 3 ตัวหลักๆ
- Target ROI ขั้นต่ำ — นี่คือตัวที่สำคัญที่สุด ถ้ายิงแอดแล้วได้ ROI ต่ำกว่าเลขนี้ แปลว่าขายไปก็ขาดทุน ต้องจำเลขนี้ไว้เทียบกับ ROI ที่แอดจริงทำได้
- ค่าแอดสูงสุด/ออเดอร์ — เอาไว้เทียบกับ Cost per Purchase ที่เห็นในหลังบ้านโฆษณา ถ้าค่าแอดจริงสูงกว่านี้ คือกำลังขาดทุนต่อออเดอร์
- งบต่อวันตามเป้า — ใช้ตั้งงบโฆษณารายวันแบบมีเหตุผลรองรับ ไม่ใช่เดาสุ่ม
ถ้าอยากรู้ว่าช่องทางไหนเหลือเงินให้ค่าแอดมากที่สุด ให้ดูตารางเทียบด้านล่าง ตัวเลือกที่ดีที่สุดจะมีป้าย "เหลือให้แอดมากสุด" ติดไว้ให้อัตโนมัติ
ขั้นที่ 4: เช็กแอดที่ยิงอยู่ตอนนี้
ถ้ายิงแอดอยู่แล้ว เลื่อนลงไปที่ช่องสุดท้าย ใส่ ROI จริงที่ทำได้ตอนนี้ (ดูได้จากหลังบ้านโฆษณา) แล้วระบบจะบอกทันทีว่า
- เขียว (กำไรตามเป้าหมาย) — ทำได้ดีกว่าเพดานที่ตั้งไว้ ไปต่อได้
- เหลือง (ใกล้เท่าทุน) — ยังไม่ขาดทุน แต่กำไรบางกว่าที่ตั้งใจ ลองดูว่าจะลดต้นทุนหรือปรับราคาได้ไหม
- แดง (ขาดทุนค่าแอด) — หยุดเพิ่มงบก่อน กลับไปแก้ที่ต้นทุนหรือคอนเทนต์ ไม่ใช่อัดงบเพิ่มแล้วหวังว่าจะดีขึ้นเอง
ควรกลับมาเช็กอีกทีเมื่อไหร่
ไม่ต้องเช็กทุกวัน แต่ควรกลับมาดูใหม่ตอน
- จะออกสินค้าตัวใหม่ หรือปรับราคาสินค้าเดิม
- แพลตฟอร์มประกาศปรับค่าธรรมเนียม (มักมีข่าวแจ้งล่วงหน้า)
- เริ่มขายช่องทางใหม่ที่ยังไม่เคยลอง
ถ้าตัวเลขออกมาแล้วยังไม่แน่ใจว่าต้องทำอะไรต่อ
SumROI บอกได้แค่ "เพดาน" แต่ไม่ได้บอกว่าทำไมตอนนี้ยังไปไม่ถึงเพดานนั้น ถ้าลองปรับตัวเลขดูแล้วเพดานมันต่ำจนน่ากังวล หรือ ROI จริงตอนนี้แดงตลอด ให้เราช่วยดูสถานการณ์จริงของธุรกิจคุณต่อได้ที่ แบบประเมิน
ลองเข้าไปกรอกตัวเลขจริงของร้านคุณดูได้เลยที่ SumROI ใช้เวลาไม่ถึง 2 นาที
